ก้าวต่อไปของ“นักรบชากังราว” กำแพงเพชร เอฟซี

สัมภาษณ์พิเศษ….

“พ.อ.อ.เศกสรร ศิริพงษ์ ผู้จัดการทีม “นักรบชากังราว” กำแพงเพชร เอฟซี เรื่องการ สร้างศูนย์ฝึกฟุตบอลเศรษฐกิจพอเพียง บ้านไร่ ตำบลเทพนคร อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร “เงินอุดหนุนจาก ฟีฟ่าที่ทางสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยได้มอบให้ หนึ่งล้านบาท นำมาใช้อีกด้านก็คือโครงสร้างพื้นฐาน โดยสโมสรฟุตบอลกำแพงเพชรสร้างศูนย์ฝึกฟุตบอล เปิดให้โค้ชและเด็กๆซ้อมบอลกันได้ตลอดทั้งปี จากที่สมัยก่อนเล่นที่ได้เฉพาะในสนามของโรงเรียนและจังหวัดเท่านั้นเนื่องจากสโมสรไม่มีสนามเป็นของตัวเองต่อจากนี้ไปสามารถซ้อมได้ตลอดทั้งปีนอกจากนี้ทางสโมสรยังได้สร้างห้องเรียนทฤษฎีฟุตบอล เพื่อให้เด็กๆสามารถเรียนรู้เทคนิค แทคติค กฎกติกา ของการเล่นฟุตบอลได้ตลอดทั้งปี ซึ่งถือเป็นการใช้เงินได้อย่างถูกจุด ก่อให้เกิดประโยชน์โดยรวมมาก และเมื่อมีคนช่วยสนับสนุนงบประมาณเรื่องฮาร์ดแวร์ให้ ก็ทำให้สโมสรนำเงินไปลงทุนกับโค้ชดีๆ เพื่อสร้างเด็กให้มีคุณภาพมากขึ้น “ก็จะเป็นเหมือนกับคลีนิคฟุตบอลที่เปิดกว้างให้เด็กๆ ทุกคน ไม่ใช่เฉพาะเด็กในอะคาเดมี่เท่านั้น เยาวชนทั่วไปก็ได้รับประโยชน์ด้วย” นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไม กำแพงเพชรจึงมีเป้าหมายขึ้นชั้นไปเล่นไทยลีก1ในอีก 6 ปีข้างหน้า..

สร้างนักเตะโกอินเตอร์

จริงอยู่ที่สภาพการเงินของสโมสรกำแพงเพชร ทำให้ไม่มีความเป็นสโมสรอาชีพอย่าง 100 เปอร์เซ็น  เพราะทั้งสโมสรส่วนใหญ่เป็นนักเตะท้องถิ่นที่ยังเรียนหนังสืออยู่ ในช่วงฤดูกาลเตะกัน 8 เดือน นักเตะบางคนมาซ้อมไม่ครบ บางนัดไปแข่งขันไม่ได้ การที่มีโค้ชที่มีความรู้และมีศูนย์ฝึกฟุตบอลที่มาตรฐาน ก็ทำให้พวกเขามีมาตรฐานขั้นพื้นฐานเทียบเท่าสากล แม้จะเล่นอยู่ในสโมสรลีกล่างๆ“เรื่องค่าเหนื่อยของนักเตะก็อยู่ในระดับที่อยู่ได้แบบไม่เดือดร้อน มีอาหารที่ศูนย์ฝึกฟุตบอล สวนผัก สวนผลไม้ ฟาร์มไก่ บ่อเลี้ยงปลา อย่างไรก็ตามนักเตะต่างชาติก็มีความสำคัญเพราะปัจจัยหลักคือพวกเขานำ วินัย ความรับผิดชอบ ความเป็นมืออาชีพ มาถ่ายทอดให้กับผู้เล่นท้องถิ่น จึงเป็นสิ่งที่สโมสรต้องเซ็นสัญญาเพื่อยกระดับผู้เล่นในทีม  พวกเรามักจะให้โอกาสกับนักเตะดาวรุ่งอายุน้อยๆ อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น เด็กอคาเดมี่ของสโมสรฟุตบอลกำแพงเพชรได้ประเดิมสนามให้กับทีมชุดใหญ่ตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น แล้วพออายุสัก 20-22 ปี ก็มีความแข็งแกร่งพอที่จะไปค้าแข้งต่างแดนได้แล้ว ดังนั้นศูนย์ฝึกฟุตบอล สำหรับพวกเราจึงเปรียบเสมือนเป็นบันไดขั้นแรกสู่การโกอินเตอร์  ดังนั้นทุกคนจะได้รับโอกาส ทุกอย่างเป็นเรื่องของฟอร์มล้วนๆ ไม่มีเส้นสาย ใครเล่นไม่ดีก็ถูกดร็อป ใครเล่นดีก็มีโอกาสโชว์ฟอร์มเตะตาทีมใหญ่และด้วยเครือข่ายแมวมองที่ครอบคลุมทั้งประเทศ ทำให้นักเตะได้รับโอกาสอย่างทั่วถึง แม้จะเล่นในดิวิชั่นต่ำๆ ก็สามารถอัพเกรดขึ้นไปเล่นในลีกสูงสุดได้ ถ้าฝีเท้าดีพอผมเชื่อว่าหากเรานำ “สโมสรฟุตบอลกำแพงเพชรโมเดลเศรษฐกิจพอเพียง” มาปรับใช้ก็สามารถทำให้สู้กับสโมสรที่มีเงินมากได้ เราต้องเริ่มตั้งแต่ 7-8 ขวบเลย พ่อแม่ต้องสนับสนุน ไปรับไปส่ง ดูลูกแข่ง และในท้องถิ่นจะต้องมีสนามฟุตบอลให้มากที่สุดเพื่อกระจายเด็กๆได้เล่นฟุตบอลอย่างทั่วถึง”“ขณะเดียวกันก็อยากให้นักเตะท้องถิ่นได้ออกมาค้าแข้งในสโมสรไทยลีก1หรือ 2 เยอะๆ ซึ่งจากประสบการณ์ตรงผมคิดว่าสามารถพัฒนาฝีเท้านักเตะได้อย่างดี ผมรู้ว่าเรามีนักเตะไทยฝีเท้าดีหลายคน ถ้าทำแบบนี้ได้ผมเชื่อว่าสโมสรฟุตบอลกำแพงเพชรจะต้องพัฒนาขึ้นและเลื่อนชั้นไปเล่นไทยลีก 1ได้แน่นอนเป้าหมายของสโมสรฟุตบอลกำแพงเพชร

วางแผน 6 ปี เลื่อนชั้นไปไทยลีก 1

ปีที่ 1 (2018) สร้างปรัชญาของสโมสร

พัฒนาการศึกษาวิชาการศาสตร์ฟุตบอลให้กับโค้ชและผู้เล่นอคาเดมี่

U12  ผู้ฝึกสอนต้องเรียนจบหลักสูตร Thai FA introductory coaching course

U14  ผู้ฝึกสอนต้องเรียนจบหลักสูตร AFC  C License

U16-18 ผู้ฝึกสอนต้องเรียนจบหลักสูตร AFC B license

U19-21 ผู้ฝึกสอนต้องเรียนจบหลักสูตร AFC A license

ผู้อำนวยการด้านควบคุมคุณภาพหลักสูตรการสอน

ต้องเรียนจบหลักสูตร AFC.Professional Diploma coaching course..

การสร้างศูนย์ฝึกฟุตบอลระบบเศรษฐกิจพอเพียง

ประกอบไปด้วย

1.สนามฟุตบอล 1 สนาม

2.ห้องฝึกซ้อมด้านฟิตเนส ยกน้ำหนัก

3.สระว่ายน้ำ

4.ห้องฝึกอบรมเชิงทฤษฎี

5.ห้องประชุมยุทธวิธีของผู้ฝึกสอน

6.ห้องครัว (โภชนาการ)

7.ห้องพักเก็บตัวนักกีฬา

8.ห้องกายภาพบำบัด ฟื้นฟูการบาดเจ็บ

งานที่ต้องปฎิบัติควบคู่กันไปคือ

การศึกษาสำหรับผู้เล่น

ทฤษฎีฟุตบอลในห้องเรียน

การเรียนภาคปฏิบัติของฟุตบอลในสนาม

การจัดการด้านธุรกิจ

การเงิน

การตลาด

การบริหารงานบุคคล

สื่อสารมวลชน

ความสัมพันธ์ทางสังคม

จัดฟุตบอลคลินิก

อาสาสมัครช่วยเหลือสังคม

พบปะผู้คนในชุมชนที่อยู่ใกล้กับสโมสร..

ปีที่ 2 (พ.ศ. 2562) ได้รับการเลื่อนชั้นจากไทยลีก 3 ไปยังไทย 2

และพัฒนาทุกสิ่งทุกอย่างตามแผนการของสโมสรต่อเนื่องจาก 2018

ปีที่ 3 (2020) ผู้เล่นจากอคาเดมี่ของสโมสร 10% ขึ้นไปเล่นใฟ้กับทีมชุดใหญ่ พัฒนาทุกอย่างตามแผนการจัดการสโมสรถึง 90%,  เล่นในลึก Thaileague 2 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปีที่ 4 (2021) ผู้เล่นจากอคาเดมี่ของสโมสรเลื่อนชั้นมาเล่นชุดใหญ่ 30% สนามเหย้าเริ่มก่อสร้าง แฟนคลับสนับสนุนบัตรตั๋วปี 1,500 คน เพิ่มงบประมาณการทำทีม ทีมจบฤดูกาล thaileague 2 ดีกว่าปี2020

ปีที่ 5 (2022), เด็กอคาเดมี่เลื่อนขึ้นมาเล่นชุดใหญ่ 60% สนามเหย้าของสโมสรเสร็จสมบูรณ์ แฟนบอล ซื้อตั๋วฤดูกาล 2000 คน จบฤดูกาลผลงานอยู่หัวตาราง

ปีที่ 6 (2023) เพิ่มงบประมาณสำหรับนักกีฬาต่างชาติ เกรด A ผลักดันเด็ก Academy เข้าสู่ชุดใหญ่ 75% แฟนบอลซื้อตั๋วฤดูกาล 3,000 คน ทำผลงานจบ 3 อันดับแรกบนตารางได้รับการเลื่อนชั้นไป Thaileague 1..ครับผม..By Mickysun