จังหวัดกำแพงเพชร ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล บริหารจัดการแหล่งน้ำ กำจัดผักตบชวาและวัชพืช ครั้งที่ 19

วันที่ 24  สิงหาคม  2561 เวลา 09.00 น. นายธัชชัย ศรีสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานเปิดกิจกรรมการกำจัดผักตบชวา ของชุดเฉพาะกิจปราบปรามผักตบชวาจังหวัดกำแพงเพชร ครั้งที่ 19 พื้นที่ลำคลองสระหลวงหนองปรือ  ม.9  บ้านหนองปรือ  ต.สักงาม อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ, หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, ทหาร, ตำรวจ, คณะครูนักเรียนจากโรงเรียน และประชาชนจิตอาสาทำความดี กว่า 200 คน ร่วมด้วยช่วยกันกำจัดผักตบชวา โดยมี นายปรีชา  ฤกษ์หร่าย รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด รักษาราชการแทนนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร เป็นผู้กล่าวรายงาน และ นายบุญธรรม  ทองพิจิตร นายอำเภอคลองลาน  กล่าวต้อนรับ

ลำคลองสระหลวง มีปากคคลองกว้าง 95 เมตร  ยาวประมาณ 120 เมตร พื้นที่ประมาณ 7 ไร่  รับน้ำมาจากสายคลองแก่งเกาะร้อย ซึ่งเป็นรวมน้ำสำคัญ ก่อนที่จะกระจายไปยังคลองสาขาต่าง ๆ มีประชาชนใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำกว่า 300 ครัวเรือน  พื้นที่การเกษตรกว่า 2,500 ไร่ ปัจจุบันมีผักตบผักชวาขึ้นหนาแน่น กว่า 380 ตัน  ปิดกั้นทางน้ำ และสภาพลำคลองเริ่มตื้นเขิน  ทำให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่ใช้ประโยชน์ เพราะมีปริมาณน้ำไม่เพียงพอสำหรับการเกษตร และการอุปโภค บริโภค ตลอดจนส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศก์ในน้ำ

อำเภอคลองลาน จึงได้ขอรับการสนับสนุน จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร โดยชุดเฉพาะกิจปราบปรามผักตบชวาจังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งดำเนินการร่วมกันระหว่าง จังหวัดกำแพงเพชร และองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร  องค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร จึงได้นำเครื่องจักร ประกอบด้วยรถขุดตีนตะขาบ 2 คัน ชนิด แขนยาว และแขนสั้น ติดตั้ง บุ้งกี๋ ตักวัชพืชที่ประดิษฐ์ขึ้นเองจากเหล็กข้ออ้อยเหลือใช้,  เรือผลักดันผักตบชวา 2 ลำ  ที่ทำการดัดแปลงต่อเติม เพื่อใช้ผลักดันผักตบชวา  รถบรรทุกหกล้อติดเครน 1 คัน และรถบรรทุกติดเครน 1 คัน ลงขุดลอกคลอง ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาในการดำเนินงาน แล้วเสร็จภายใน 2 วัน

โดยกิจกรรมนี้นอกจากคืนแหล่งน้ำที่สะอาดให้แก่ประชาชนชน และระบบนิเวศก์ที่ดีแล้ว ยังเป็นการขับเคลื่อนตามนโยบายของรัฐบาล และนโยบายของจังหวัดกำแพงเพชร ในการแก้ไขปัญหาผักตบชวา ให้หมดไปจากแหล่งน้ำ คู คลอง ให้หมดสิ้นไปทั้งประเทศ และที่สำคัญกิจกรรมนี้ยังส่งเสริมให้ประชาชน และหน่วยงานในพื้นที่ ได้มีส่วนร่วมในการดูแลแหล่งน้ำ ตลอดจนเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมกันทำความดีเพื่อแผ่นดินเกิดของตนเอง จนเกิดเป็นความรัก  ความสามัคคี ที่เหนียวแน่นในชุมชน ได้มากที่สุดนั่นเอง