เมียเคลียร์ขอเลิก ผัวคลั่ง ปาดคอเมียดับ ก่อนวิ่งให้รถชน แต่ไม่ตายแค่เจ็บ

ผัวคลั่งใช้มีดปอกผลไม้ ปาดคอเมียเลือดสาด เสียชีวิตบนผ้านวมในห้องแถวเช่า ก่อนจะวิ่งออกจากห้องอุ้มลูกสาวฝ่ายหญิง 7 ขวบ พุ่งไปให้รถกระบะชนหวังฆ่าตัวตาย ที่ถนนหน้าบ้าน ถูกชนกระเด็น กระบะฝากระโปรงหย่นหม้อน้ำถึงกับแตก ส่วนคนถูกชนกระเด็นคนละทิศละทาง เด็ก 7 ขวบนำส่งโรงพยาบาลอาการปลอดภัย ส่วนผัวคลั่งถูกควบคุมตัวไว้ได้ มีอาการบาดเจ็บที่แขนและลำตัว ส่วนชนวนเหตุคลั่ง ฝ่ายหญิงมาเคลียร์ปัญหากันในห้องเพื่อขอเลิกรา  แม่ค้าขายข้าวผัดอยู่ห้องพักห้องแรกใกล้กัน ได้ยินเสียงร้องกรี๊ด 2 ครั้ง จึงได้ช่วยกันกับน้องเขยผู้ตายพังประตูเข้าไป ก็พบว่าหญิงสาวเสียชีวิตนอนอยู่บนกองเลือดแล้ว เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลา 13.30 นของวันที่ 22 เมษายน 2562 ร.ต.อ.เสกสรรค์ จรรยามั่น พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองกำแพงเพชร ได้รับแจ้งเหตุว่าผัวเมียฆ่าปาดคอกันฝ่ ายเมียเสียชีวิต จึงรีบเดินทางไปกับหน่วยกู้ภัยสว่างกำแพงเพชรธรรมสถาน ที่เกิดเหตุเป็นห้องเช่าอยู่ริมถนนสายกำแพงเพชร-ท่ามะเขือ   เลขที่ 45/2  บ้านเกาะสง่าหมู่ที่ 1 ตำบล คณฑี อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร เป็นห้องแถวเช่าติดเรียงกัน4 ห้อง ภายในห้องสุดท้ายมีศพของนางพรพิลัย คำกลิ่น อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 222/2 หมู่ที่ 20 ตำบลวังนกแอ่น อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก สวมเสื้อยืด กางเกงยีนส์ นอนเสียชีวิตบนผ้านวมมีเลือดเปลอะเปื้อนคราบเลือด ที่แขนและที่คอมีร่องรอยถูกของมีคมบาด

ส่วนคนก่อเหตุก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นสามีของผู้เสียชีวิตเอง ทางเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวไว้ได้ชื่อนายพงศกร อู่ทอง อายุ 34 ปี เป็นชาวตำบลไตรตรึงษ์ อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ได้รับบาดเจ็บที่แขนและที่ลำตัว ทางเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว โดยใช้กุญแจมือล็อคติดไว้กับเสาเพื่อป้องกันการหลบหนี ซึ่งนายพงศกร ก็นอนหลับตาอยู่บนโต๊ะไม้หน้าห้องแถวเช่า ท่ามกลางชาวบ้านที่มายืนมุงดูกันจำนวนนับร้อยคนเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดมีดปอกผลไม้สแตนเลส ความยาวประมาณ 20 เซนติเมตร มีคราบเลือดติดอยู่ ซึ่งเป็นมีดที่ใช้สังหารนางพรพิลัย เสียชีวิตคาห้องพัก ส่วนเด็กอีกคนที่ได้รับบาดเจ็บอายุ 7 ขวบ เป็นบุตรของผู้เสียชีวิตถูกนำส่งโรงพยาบาลกำแพงเพชร เนื่องจากได้รับบาดเจ็บตามร่างกายล่าสุดอาการปลอดภัยนอกจากนี้ที่ริมถนนหน้าห้องแถวที่เกิดเหตุยังมี รถกระบะอีซูซุ 4 ประตูหมายเลขทะเบียน กค 9852 กำแพงเพชรได้รับความเสียหายที่ฝากระโปรงหน้ารถ และหม้อน้ำแตก คนขับรถชื่อนายจรินทร์ กิ่งเกสร อายุ 48 ปีอยู่บ้านเลขที่ 31 หมู่ที่ 9 ตำบลพานทอง อำเภอไทรงาม จังหวัดกำแพงเพชร ขับไปไหนไม่ได้ ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเบื้องต้นชนวนเหตุของการสังหารรายนี้ โดยใช้มีดปอกผลไม้ ปาดคอภรรยาจนเสียชีวิตทราบว่า นายพงศกร ทำงานอยู่โรงปุ๋ย ใกล้กับที่เกิดเหตุและคบหากับนางพรพิลัย ก่อนเกิดเหตุทั้งคู่ระหองระแหงกัน จนถึงนาทีชีวิตของวันนี้ นางพรพิลัย ได้อุ้มลูกเข้าไปเคลียร์ปัญหากับนายพงศกรกันในห้องพักตามลำพัง จากนั้นก็มีเสียงร้องกรี๊ดดังมา 2 ครั้งติดๆกัน  นางช่อ วรรณเครือ อายุ 62 ปี ซึ่งเป็นแม่ค้าขายข้าวผัดอยู่ห้องพักหลังแรก เลขที่ 45/5 และนายกฤษณะ เขียวเรือง อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 137/1 หมู่ที่ 10 ตำบลนิคมพัฒนา อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นน้องเขยของนางพรพิลัย อยู่ใกล้ห้องที่เกิดเหตุ  เมื่อได้ยินเสียงจึงได้พังประตูห้องเข้าไปก็พบว่า นางพรพิลัยนอนหงายจมกองเลือดเสียชีวิตอยู่ในห้องแล้ว ส่วนนายพงศกร ได้อุ้มเด็กหญิงวิ่งสวนออกมาจากห้อง แล้ววิ่งตรงไปที่ถนนหน้าบ้าน เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ นายจรินทร์ กิ่งเกสร ขับรถกระบะสวนมาพอดี นายพงศกรได้กระโดดพุ่งเข้าใส่ หน้ารถหวังจะฆ่าตัวตาย โชคดีจังหวะที่ชนรถเบรคพอดี ร่างของนายพงศกรกระเด็นไปพร้อมกับเด็กหญิง ผู้ประสบเหตุต่างช่วยกันแจ้งเจ้าหน้าที่และนำเด็กหญิงส่งโรงพยาบาล สวนนายพงศกร ที่มีร่างกายสูงใหญ่ได้รับบาดเจ็บ เพราะความรุนแรงที่ถูกชน ขนาดฝากระโปรงรถยุบและหม้อน้ำแตก จึงได้ควบคุมตัวไว้ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้ให้การใดๆกับเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด ยังคงทำตัวเงียบ และร้องโอยอาการบาดเจ็บเมื่อเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไปสถานีตำรวจภูธรเมืองกำแพงเพชร

นางไสว อู่ทองอายุ 58 ปี แม่ของนายพงศกรให้การว่า ลูกชายของตัวเองนั้นมีอาการทางสมองคล้ายๆกับเป็นคนอาการไม่ปกติ  เหมือนจะมีอาการทางประสาทเนื่องจากว่าได้รับความกระทบกระเทือน จากการถูกทำร้ายและถูกฟันด้วยมีดหลายครั้ง ยังอ้างว่าไม่รู้ว่าลูกนั้นได้กินยาหรือเปล่า ซึ่งจากการตรวจสอบภายในห้องพัก ก็พบว่ามีถุงยาของนายพงศกร 3 ถุงเป็นยาแก้คลื่นไส้อาเจียนจุกเสียดแน่นท้องและยารักษาโรคกระเพาะอาหารกรดไหลย้อน และถุงยาบำรุงเลือด ซึ่งก็ยังไม่พบว่ามียาที่เกี่ยวกับอาการทางสมองแต่อย่างใด

หลังจากตรวจที่เกิดเหตุเสร็จแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้อาสาสมัครกู้ภัยสว่างกำแพงเพชรธรรมสถาน นำร่างของผู้เสียชีวิตส่งให้แพทย์ตรวจพิสูจน์อีกครั้ง และจะทำการสอบสวนสามีมือมีดรายนี้อย่างละเอียดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป