ผู้ต้องขัง ซาบซึ้งพระมหากรุณา พระราชทานอภัยโทษปล่อยตัว 284 คน

ผู้ว่าฯให้โอวาท แรง..! อดข้าวไม่ตาย ยุ่งกลับยาเสพติดไม่ตายก็ติดคุก ทุกปัญหามีทางออก อย่าทำให้ทุกทางออกมีปัญหา แก่ผู้ต้องขังเรือนจำกลางกำแพงเพชร ได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัว 284 คน

วันนี้วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 นายเชาวลิตร แสงอุทัยผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร นายอนันต์ คงชื่น ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดกำแพงเพชร และหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องได้เดินทางไปที่เรือนจำกลางกำแพงเพชร ได้รับการต้อนรับจาก นายสมคิด คำมั่งผู้บัญชาการเรือนจำกลางกำแพงเพชร  พร้อมกล่าวถึงพิธีปล่อยตัวผู้ได้รับพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2562 ครั้งที่ 1 อาคารอเนกประสงค์แดน 3 เรือนจำกลางกำแพงเพชรด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชโองการโปรดเกล้าให้ประกาศว่า โดยที่ทรงพระราชดำริเห็นว่า ในโอกาสมหามงคล พระราชพิธีบรมราชาภิเษก นับเป็นอภิรักษ์ขิตกาลสำคัญ เพื่อเป็นการแสดงพระมหากรุณาธิคุณ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมควรพระราชทานอภัยโทษ แก่ผู้ต้องขังราชทาน เพื่อให้โอกาสแก่บุคคลเหล่านั้น กลับประพฤติเป็นพลเมืองดี อันจะเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติสืบไปเรือนจำกลางกำแพงเพชร จึงได้ดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษดังกล่าว ตัวในวันนี้ที่เรือนจำกลางกำแพงเพชร ผู้ต้องราชทัณฑ์ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัว กลับคืนสู่อ้อมกอดของครอบครัว  และออกไปใช้ชีวิตอยู่กับสังคมแยกเป็น 2 คือกลุ่มที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษแล้วให้ปล่อยตัว กลุ่มที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษแล้วปล่อยตัวไป จำนวน 284 คนผู้บัญชาการเรือนจำกลางกำแพงเพชร กล่าวว่าระหว่างที่ผู้ต้องราชทัณฑ์ที่ได้รับการปล่อยตัวในวันนี้ เมื่อถูกคุมขังภายในเรือนจำ มีความประพฤติดี ตั้งใจรับการศึกษาอบรมทั้งสายสามัญ สายวิชาชีพ ตลอดจนธรรมศึกษา เพื่อปรับเปลี่ยนความคิด พัฒนา อ้ายเป็นไปในทางที่ถูกต้องดีงาม โดยเรือนจำได้รับความร่วมมือจาก ศูนย์การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเมืองกำแพงเพชร ผู้นำทางศาสนา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงแรงงาน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ วิทยาลัยเทคนิค หน่วยงานของภาครัฐและเอกชนในจังหวัดกำแพงเพชร เข้ามามีส่วนอบรมฟื้นฟูพัฒนาพฤตินิสัย และผู้ต้องราชทัณฑ์ที่รับประทานอภัยโทษ ได้ผ่านการเตรียมความพร้อมในการกลับไปใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับสังคมครั้งหนึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชรได้เป็นประธานในพิธีเปิดกรวยถวายราชสักการะหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หลังเสร็จพิธีได้กล่าวโอวาทให้กับผู้ต้องขัง โดยให้ผู้ต้องขังที่ได้มีโอกาสรับพระราชทานอภัยโทษ ให้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณฯ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว  ทรงมีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ประกาศใช้ พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2562 ส่งผลให้ทุกคนได้มีโอกาสกลับคืนสู่ครอบครัวและสังคม ซึ่งผู้ต้องขังทุกคนก็ได้มีการเตรียมความพร้อมในหลายๆด้านไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา การฝึกอาชีพ การพัฒนาจิตใจ และการพัฒนาคุณภาพชีวิต จากเรือนจำและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือให้ผู้ต้องราชทัณฑ์ทั้งหลายได้กลับตนเป็นคนดี เมื่อได้รับการปล่อยตัวก็สามารถที่จะอยู่ร่วมสังคมกันได้อย่างปกติสุขอีกครั้ง สมดังคำปรารภในพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานอภัยโทษแก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ เพื่อให้โอกาสแก่บุคคลเหล่านั้นกลับตนเป็นคนดีมันจะเป็นคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติสืบไปผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ได้เน้นย้ำถึงผู้ต้องขังที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษในครั้งนี้ว่า ทุกปัญหามีทางออก อย่าทำให้ทุกทางออกมีปัญหา การเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมายและยาเสพติดเป็นความผิดที่ทำให้ต้องมารับโทษ และเมื่อออกไปแล้วก็ขอให้ได้คิด และคำสบประมาท พวกเขาเหล่านี้ ไม่นานเดี๋ยวก็ต้องกลับเข้ามาต้องหวนกลับไปยุ่งกับความคิดเดิมๆ จึงขอให้ทุกคนได้คิดและช่วยกันแก้ไข มีหน่วยงานข้างนอกที่ส่งเสริมอาชีพ ตั้งอยู่บนศูนย์ราชการ ไปติดต่อสอบถามหางานทำกันได้ อดข้าวไม่ตายแต่กลับไปขายยาเสพติดไม่ถูกต้อง ไม่ตายก็ติดคุก  แล้วก็ต้องวนเวียนกลับมารับโทษต่อ หน่วยงานราชการก็ต้องเป็นภาระต้องดูแล ไม่เกิดประโยชน์ใดๆ กับใครกับสังคม กับครอบครัว กับทุกๆคน ให้น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีพระมหากรุณาอย่างล้นพ้น ขอให้ทุกคนตั้งปณิธานว่าจะประพฤติเป็นคนดี ตั้งใจประกอบอาชีพสุจริต ตลอดจนน้อมนำพระราชดำริปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิต รู้จักพอประมาณ มีเหตุผล มีความรู้เพื่อรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง รู้รักสามัคคี ซึ่งจะทำให้ชีวิตส่วนตัวและครอบครัวนั้นมีความสุขอย่างยั่งยืนซึ่งผู้ต้องราชทัณฑ์ร่วมถวายความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้  โดยกล่าวปฏิญาณ ตน จะตกรักภักดีต่อชาติศาสนาพระมหากษัตริย์ จะยึดมั่นในคุณธรรมและศีลธรรมที่ดีงาม จะเคารพกฎหมายบ้านเมืองและปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีของสังคม จะตั้งใจทำความดี บำเพ็ญประโยชน์ต่อส่วนรวม เพื่อน้อมถวายเป็นปฏิบัติบูชา แด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ พระวชิระเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10บรรยากาศหลังจากผู้ต้องขังได้รับการประพหรมน้ำมนต์จากพระสงฆ์เพื่อความเป็นสิริมงคลแล้ว ได้รับอิสระพ้นจากประตูหน้าเรือนจำ ต่างก็โผเข้าสวมกอดกับครอบครัวพ่อแม่และภรรยาบุตร มารอรับกรรมด้วยความอบอุ่นเป็นภาพบรรยากาศที่ประทับใจของผู้ที่พบเห็น ต่างอดที่จะซาบซึ้งแก่ครอบครัวของผู้ต้องราชทัณฑ์ที่ได้รับการอภัยโทษในครั้งนี้มิได้