ทะเลาะกับเมียหายหน้าไปหลายวัน สามีฮอลแลนด์น้อยใจผูกคอดับ

ต่างชาติชาวฮอลแลนด์ทะเลาะกับภรรยาสาวชาวไทย ก่อนฝ่ายที่จะหลบไปที่กรุงเทพฯหลายวัน สามีชาวฮอลแลนด์คิดว่าเสียชีวิตตามหาไม่เจอ จึงส่งอีเมลถึงญาติที่ประเทศว่าจะฆ่าตัวตายสุดท้าย ช่วยไม่ทันตายสมใจ

วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 เวลา 12.00 น. มีเหตุผูกคอเสียชีวิตเป็นต่างชาติชาวฮอลแลนด์ นอกจากใช้เชือกไนลอนขนาด 10 เซนติเมตร มัดกับขื่อหลังคาเล้าไก่ ยังใช้สายรัดเคเบิ้ลไทร์ หนวดกุ้ง สายรัดพลาสติก มัดที่มือ เบื้องต้นตรวจสอบตามร่างกายมีรอยพกช้ำ คิดว่าเป็นการฆาตกรรม สุดท้ายได้หลักฐานสถานกงศุล ประสานให้ตำรวจไปตรวจดู เนื่องจากผู้ตายส่งอีเมลถึงถึงญาติที่ประเทศว่ายากว่าจะฆ่าตัวตาย จึงประสานกลับมายังท้องถิ่นเมื่อไปตรวจสอบพบว่าสายไปเสียแล้วเหตุการณ์นี้ทางเจ้าหน้าที่ พ.ต.ท.ยุทธนา พุกสุข สารวัตรสอบสวนสารวัตรเวรอาญาสถานีตำรวจภูธรคลองขลุง ได้รับแจ้งเหตุ มีชาวต่างชาติผูกคอเสียชีวิตจึงได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ก็พบกับอาสาสมัครกู้ภัยสว่างกำแพงเพชรธรรมสถาน จุดโค้งวิไล ใช้เชือกกั้นรักษาที่เกิดเหตุ เป็นบริเวณเล้าไก่ที่ไม่ได้ใช้แล้ว อยู่ติดกับบ้านหรู อยู่ในพื้นที่บ้านเลขที่ 44 หมู่ที่ 10 บ้านซับมะนาว ตำบลวังไทร อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชรพบร่างของ นายเฮิร์บ เอลแมส์ อายุ 61 ปี เป็นชาวประเทศ ฮอลแลนด์  ใช้เชือกไนลอนขนาด 10 เซนติเมตร ผูกติดกับขื่อหลังคาเล้าไก่ เชือกผูกคอลักษณะเป็นห่วง นอกจากนี้ที่ข้อมือทั้งสองยังพบกับสายรัดเคเบิ้ลไทร์ หนวดกุ้ง หรือสายรัดพลาสติก มัดอยู่ที่มือ ร่างกายนั้นแข็งทื่อ คาดว่าจะเสียชีวิตมาแล้วหลายชั่วโมง   ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด เนื่องจากมองว่าอาจจะเป็นคดีฆาตกรรม แพทย์จากโรงพยาบาลคลองขลุง ได้เก็บหลักฐานทั้งภาพถ่ายและการผูกเชือกต่างๆรวมทั้งร่องรอยบาดแผลตามร่างกาย ซึ่งพบรอยพกช้ำที่ชายโครงด้านขวา และที่คอมีร่องรอยพกช้ำตามแนวเชือก 2 แห่ง และปมผูกเชือกบนขื่อก็พบกับสายรัดเคเบิ้ลไทร์ รัดปลายเชือก ไว้ด้วยเช่นเดียวกันสารวัตรเวรเจ้าของคดีได้ทำการสอบสวนเบื้องต้น นายปรีชา ใจดีอายุ 38 ปี ให้การว่าตนเป็นน้องชายของนางฉอ้อน  เอลแมส์ อายุ 40 ปี ภรรยาผู้เสียชีวิต โดยให้การว่าอาศัยอยู่บ้านเดียวกันส่วนพี่สาวของตนอยู่กินฉันสามีภรรยา แต่งงานกันมา 2 ปี ก่อนเกิดเหตุ พี่สาวมีปากเสียงกับนายเฮิร์บ ก่อนที่เดินทางไปกรุงเทพฯหลายวัน ขณะที่พยานแวดล้อมให้การในทำนองเดียวกันว่า ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องเงินทอง ก่อนที่ฝ่ายหญิงจะบอกว่าออกไปหางานทำหาเงินเองก็ได้ แล้วก็เดินทางออกจากบ้านไปประมาณ 3-4 วันและจากการสอบสวนอย่างละเอียด ของสารวัตรเวรเจ้าของคดี ทราบที่มาที่ไปของการเสียชีวิตเบื้องต้นในครั้งนี้ของนายเฮิร์บ  เอลแมส์ เป็นครูเกษียณ(ตามญาติว่า) โดยก่อนที่จะเสียชีวิต เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมานายเฮิร์บ  เอลแมส์ ได้ส่งอีเมลไปถึงญาติพี่น้องที่ประเทศบ้านเกิด โดยแจ้งว่าจะฆ่าตัวตาย เพราะว่าตามหาภรรยาไม่เจอ โดยเข้าใจว่าเสียชีวิตแล้ว จากนั้นทางญาตินายเฮิร์บ  เอลแมส์ ได้ประสานไปยังสถานกงศุลและได้แจ้งให้ทางการไทยได้ทราบพร้อมกับติดต่อผ่านมายัง นางสุนันทา สุขสาสุณี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังไทร เวลา 09.00 น.ของวันนี้ และนายก อบต.วังไทรได้รีบแจ้งให้ นายวินัย ภักดีสุวรรณผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 ได้รีบไปตรวจสอบที่บ้านพักของนายเฮิร์บ  เอลแมส์ ทันที  โดยญาติพี่น้องภรรยาของนายเฮิร์บ  เอลแมส์ ออกติดตามหาก็พบว่าในห้องนอนชั้น 2 ของบ้านพักหรูที่สร้างไว้ได้ 2 ปี  เปิดแอร์ทิ้งไว้ และตรวจทั่วบริเวณบ้านทุกห้องก็ไม่พบตัวนายเฮิร์บ  เอลแมส์ จนในที่สุดก็ไปพบผูกคอเสียชีวิตอยู่ในเล้าไก่ร้าง ที่ใช้เป็นที่เก็บของข้างบ้านในพื้นที่บริเวณเดียวกัน ดังกล่าวจากนั้นทางเจ้าหน้าที่และญาติภรรยาของผู้เสียชีวิต ได้ร่วมกันขึ้นไปตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆที่อยู่ในห้องนอน ก็พบว่าทุกอย่างนั้นยังอยู่ปกติยังคงมีการเขียนโน้ต email และ Password ทิ้งไว้ และพาสปอร์ตพร้อมกับเงินสดจำนวนหนึ่ง ทางเจ้าหน้าที่จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนศพนั้นได้ให้อาสาสมัครกู้ภัยสว่างกำแพงเพชรธรรมสถาน จุดโค้งวิไลส่ง ไปโรงพยาบาลคลองขลุงและส่งต่อไปยังสถาบันนิติเวช ม.นเรศวรพิษณุโลก เพื่อให้แพทย์ชันสูตรหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์อีกครั้ง เพราะจะต้องคลี่คดีและตอบข้อข้องใจของญาติที่อยู่ต่างประเทศ ได้คลายข้อสงสัย โดยครูของโรงเรียนในพื้นที่ได้สนทนากันทาง facebook ของผู้เสียชีวิตโดยแจ้งให้ญาติทราบ ซึ่งข้อความสนทนาทางญาติได้สอบถามถึงเหตุการณ์ของการเสียชีวิต ของนายเฮิร์บ  เอลแมส์ อีกด้วยอย่างไรก็ตาม ทางผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านได้กล่าวถึงผู้เสียชีวิตว่า เป็นคนที่มีจิตใจดีและยังเป็นจิตอาสาที่ช่วยสอนชาวบ้านให้รู้จักการทำหุ่นยนต์ และยังสอนภาษาให้กับชาวบ้านให้กับเด็กๆ แต่นายเฮิร์บ  เอลแมส์ ผู้เสียชีวิต มักจะเป็นผู้ที่เก็บตัวเงียบอยู่แต่ชั้น 2 ของบ้านที่มีห้องนอนส่วนตัวและห้องรับแขกห้องทำงานส่วนตัว รวมทั้งห้องครัว ส่วนญาติทางภรรยาก็มีห้องนอนติดกันอยู่ที่ชั้น 2 แต่ก็ไม่ได้สุงสิงกันเท่าไรนัก ส่วนใหญ่ญาติทางภรรยาจะอยู่ที่ชั้นล่างของบ้านมากกว่า เนื่องจากผู้เสียชีวิตนั้นเป็นผู้รักสันโดษแล้วมาเก็บตัวเงียบอยู่ที่ชั้น 2 ของบ้านพักเป็นส่วนใหญ่