ชาวบ้านฮึ่ม..ขับผู้ใหญ่บ้าน กล่าวหาหลายกระทง

ชาวบ้านฮึ่ม..ขับผู้ใหญ่บ้าน กล่าวหาหลายกระทง ขณะผู้ใหญ่บ้านปล่อยให้ทางสอบสวน ไปตามข้อเท็จจริง หวั่น..ไม่ต้องการให้ชาวบ้านจะขัดแย้งกัน

ชาวบ้านคลองปลาสร้อย อำเภอปางศิลาทอง จังหวัดกำแพงเพชรกว่า 60 คน รวมตัวกันเดินทางชูป้ายขับไล่ผู้ใหญ่บ้าน มาทวงถามความคืบหน้าล่าช้า  ซึ่งก่อนหน้านั้นได้ทำหนังสือร้องเรียนกล่าวหาด้วยกันหลายข้อ ถึงความไม่เหมาะสม ทางอำเภอชี้แจง เอกสารชาวบ้านไม่ครบถ้วน เป็นสำเนาเอกสารของรายชื่อผู้ถอดถอน ไม่ใช่สำเนาตัวจริง จึงได้ให้นำกลับไปล่ารายชื่อส่งมาใหม่วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 ที่บริเวณหน้าที่ว่าการ อำเภอปางศิลาทอง จังหวัดกำแพงเพชร กลุ่มชาวบ้านกว่า 60 คนเป็นชาวบ้านหมู่ที่ 7 บ้านคลองปลาสร้อย ตำบลปางตาไว อำเภอปางศิลาทอง จังหวัดกำแพงเพชร ได้รวมตัวกันถือป้ายขับไล่ผู้ใหญ่บ้าน มาทวงถามนายอำเภอปางศิลาทอง หลังจากได้ยื่นหนังสือขอถอดถอนผู้ใหญ่บ้าน คือ นายชัยพร ทิมแก้ว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 บ้านคลองปลาสร้อย โดยกล่าวหาว่าประพฤติมิชอบ ด้วยกันหลายข้อหา มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการพนัน เรี่ยไรโดยการนำชื่อวัดไปหาประโยชน์ ทุจริตโครงการต่างๆ รีดไถประชาชนในหมู่บ้าน ข่มขู่จะฟ้องร้องประชาชนในหมู่บ้าน ที่เข้าชื่อถอดถอนผู้ใหญ่บ้านออกจากตำแหน่ง พร้อมทั้งได้นำหลักฐานภาพถ่าย การเล่นการพนันส่งให้เป็นหลักฐาน

นายสุวรรณ คำแก้ว แกนนำ เป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 ปัจจุบันเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลปางตาไว  เปิดเผยว่าได้ล่ารายชื่อชาวบ้านกว่า 200 รายชื่อแล้วส่งให้กับทางอำเภอไปตรวจสอบ แต่เรื่องได้เงียบหายไป จึงได้เดินทางมาติดตามทวงถามความคืบหน้าเกี่ยวกับกรณีนี้ จากนายอำเภอ ซึ่งชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน จากพฤติกรรมของผู้ใหญ่บ้าน ต่างมีความทุกข์ร้อนใจ แล้วต้องการขับไล่ให้พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากชาวบ้านไม่ต้องการผู้ใหญ่บ้านคนนี้แล้วขณะเดียวกันในวันนี้ นายพัชรพล มั่นปาน นายอำเภอปางศิลาทอง ,นายวรวงศ์ พงศบุตร ปลัดอาวุโส พ.ต.อ. เอกอุดม เปาวสันต์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรปางศิลาทอง ร้อยโทนิพนธ์ ทะหมูกา หน.ชป.รส.อำเภอปางศิลาทอง ขณะประชุมประจำเดือนกำนันผู้ใหญ่บ้าน ได้ออกมาพบปะและพูดคุยสอบถามถึงความต้องการ พร้อมทั้งขอให้ชาวบ้านได้ใจเย็นๆ และพูดคุยกันด้วยเหตุผล โดยชี้แจงว่าเรื่องดังกล่าวได้รับเรื่อง ดำเนินการสอบสวน รายงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชรได้รับทราบเป็นขั้นตอนของทางราชการแล้ว นอกจากนี้กลุ่มชาวบ้านยังได้ร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกำแพงเพชรอีกด้วย โดยนายอำเภอปางศิลาทอง ได้ที่แจ้งว่าได้รับหนังสือจากชาวบ้านคลองปลาสร้อย เรื่องยื่นถอดถอนผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 บ้านคลองปลาสร้อย ตำบลปางตาไว พร้อมสำเนาเอกสารรายชื่อและสำเนาบัตรประชาชนของผู้เข้าชื่อ ให้ผู้ใหญ่บ้านออกจากตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน จากการตรวจสอบหนังสือและสำเนาเอกสารพบว่ายังไม่ถูกต้อง ที่จะนำมาประกอบการเรียกร้องให้ผู้ใหญ่บ้านออกจากตำแหน่ง ตามมาตรา 14 (6) แห่งพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่พุทธศักราช 2457 ซึ่งบัญชีรายชื่อของชาวบ้าน ที่รวมกันมาส่งให้นั้น เป็นสำเนาบัญชีรายชื่อไม่ใช่เอกสารฉบับจริง และไม่มีระบุวันเดือนปีที่ลงลายมือชื่อ และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ของผู้เข้าชื่อร้องขอให้ผู้ใหญ่บ้านออกจากตำแหน่งนั้น เป็นฉบับสำเนาซึ่งไม่ใช่ฉบับจริง ทางอำเภอได้แนะนำให้ชาวบ้านนั้นกลับไปรวบรวมรายชื่อมากันใหม่ ไม่ใช่เข้าข้างใคร เพราะนายอำเภอ ผู้กำกับฯต่างเพิ่งย้ายมารับตำแหน่งกันใหม่ ไม่ได้มีส่วนได้เสียกับผู้ใด ขอให้ชาวบ้านสบายใจ และกลับไปนำหลักฐานให้ถูกต้องเพื่อประกอบการพิจารณาส่วนข้อกล่าวหาที่ชาวบ้านได้กล่าวหาผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 คนนี้นั้น เรื่องการพนันได้กล่าวหาว่าผู้ใหญ่บ้านประกาศเสียงตามสายห้ามเล่นการพนันในงานศพ โดยอ้างทางการสั่งมาแต่ผู้ใหญ่บ้านกลับเป็นเจ้ามือเสีย เอง เรื่องการเรี่ยไรผ้าป่าวัดบ้านคลองปลาสร้อย มีการเรี่ยไรติดต่อกันหลายปี ตั้งแต่ปี 2557 แรกๆก็มีการนำเงินมาสร้างเมรุ สร้างศาลาธรรมสังเวส ขุดดินถมวัด หลังจากนั้นออกเรี่ยไรแต่กลับไม่มีเงินมาสร้างวัด จึงเป็นการเอาชื่อวัดไปหากิน และได้กล่าวหาว่าผู้ใหญ่บ้านเอาโครงการถังน้ำประปาเหล็กทรงลูกกอล์ฟ มาลงทั้งที่แหล่งน้ำไม่มี หรือมีถังเก็บน้ำอยู่แล้ว 15 ถังถึง 20 ถัง แต่ก็ยังไม่มีน้ำที่จะใส่  เวลาประชาคม ชาวบ้านคัดค้านผู้ใหญ่บ้านก็ไม่ฟัง เพราะถือว่าตัวเองนั้นเป็นผู้ใหญ่บ้าน นอกจากนี้ได้กล่าวหาว่าทุจริตโครงการถนนคอนกรีตในหมู่บ้าน ชาวบ้านจึงรับไม่ได้ และมาร้องขอให้ถอดถอนออกจากตำแหน่งนี้ ผู้สื่อข่าวก็ได้ไปสอบถาม นายชัยพร ทับทิม อายุ 52 ปีผู้ใหญ่บ้านคลองปลาสร้อย ผู้ถูกก่ลาวหา ขณะประชุมกำนันผู้ใหญ่บ้านอยู่ที่หอประชุมข้างที่ว่าการอำเภอปางศิลาทอง ได้รับการเปิดเผยถึงปัญหาความขัดแย้งระหว่างตัวเองกับชาวบ้านว่า หลังจากที่ตนเองได้รับตำแหน่งเป็นผู้ใหญ่บ้านช่วงปี 2553 หลังจากที่รับตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านได้เพียง 2 เดือนเริ่มมีความขัดแย้งกับคู่แข่ง และยังถูกบุตรของแกนนำที่มาขับไล่ตน ทำร้ายจนรับบาดเจ็บสาหัส แต่ก็ไม่ได้คิดถือโทษโกรธเคืองได้ให้อภัยกัน เรื่องนี้ได้ไก่เกลี่ยที่ศาล ปัญหาการเข้าไปหาของป่าของชาวบ้าน เมื่อเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์เข้มงวด ก็กล่าวโทษตนเองนั้นเป็นคนยุแยงรายงาน แม้ว่าจะมีผู้ใหญ่ของบ้านเมืองเข้ามาไกล่เกลี่ยสร้างความเข้าใจกันแล้วก็ตาม และเนื่องจากตนเป็นคนที่ตรงไปตรงมา การบริหารงานราชการจึงมีคนต่อต้าน ส่วนเรื่องการร้องเรียนของชาวบ้าน ก็ไม่อยากจะพูดให้กลุ่มคนที่สนับสนุนทั้งสองฝ่ายนั้นเกิดขัดแย้งกัน ต้องการให้ชาวบ้านนั้นอยู่อย่างสงบ จึงขอปล่อยให้เป็นการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานราชการ ซึ่งตนนั้นก็จะขอทำหน้าที่ในตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน เพื่อพัฒนาและก่อให้เกิดความสงบสุขในหมู่บ้านอย่างสุดความสามารถต่อไป//สมานักข่าวส่วนกลางและท้องถิ่นกำแพงเพชร