ไม่รอด..!!อดีตสายลับ เคยติดคุก ใช้ปืนปลอมอ้างเป็น ตร.จี้ชิงทรัพย์

ตำรวจขาณุฯ ไล่ล่าจับวายร้าย แอบอ้างเป็นตำรวจ ก่อเหตุชิงทรัพย์ตบทรัพย์ประชาชน ประวัติเคยใช้ปืนกรรโชกทรัพย์ติดคุกเพิ่งพ้นโทษมาได้ไม่นาน ก่อเหตุซ้ำรอยเดิม 

เป็นปัญหาปวดหัวคดีในเขตสถานีตำรวจภูธรขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร สร้างความหวาดผวาให้กับชาวบ้าน และสร้างความเสื่อมเสียให้กับวงการสีกากี เนื่องจากในพื้นที่มีการก่อเหตุกรรโชกทรัพย์และตบทรัพย์ประชาชน เป็นที่กล่าวขานกันของชาวบ้าน เนื่องจากคนร้ายที่ก่อเหตุ ลักษณะการแต่งกายและพฤติกรรมคล้ายกับเจ้าหน้าที่สายสืบ แล้วก็ยังอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก เกี่ยวกับคดีดังกล่าว ภายใต้การกำกับการของ พ.ต.อ.กำลาภ โตทองสุข ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรขาณุวรลักษบุรี พร้อมกับชุดสืบสวนฯได้ทำการไล่ล่าแกะรอย ของคนร้ายรายนี้ เนื่องจากมีพฤติกรรมเป็นภัยต่อสังคม ในที่สุดก็สามารถได้หลักฐานจากกล้องวงจรปิดในเส้นทางที่คนร้ายนั้นได้ก่อเหตุจนนำไปสู่การขอหมายศาลจังหวัดกำแพงเพชร ข้อกล่าวหา“ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโยมีอาวุธและลวงว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยใช้ยานพาหนะกระทำความผิดเพื่อการพาทรัพย์นั้นไป หรือไปให้พ้นการจับกุมโดยเข้าจับกุม นายศาสตราวุธ (หรือเอ็ม) วิลาศรี อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่160/ หมู่ 3 ตำบลป่าพุทรา อำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร ได้โดยละม่อมที่บ้านพัก ได้พร้อมของกลาง เสื้อกั๊กตำรวจ และปืน บีบีกัน 1 กระบอก รถจักรยานยนต์ที่ก่อเหตุ จากนั้นจึงจับกุมผู้ถูกจับพร้อมของกลางนำส่ง พ.ต.ท.ประเวศ อินทนี พนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไปทั้งนี้จากการสารภาพของผู้ต้องหา เมื่อกลางดึกวันที่ 15 ตุลาคม 2562 ใกล้ๆกับลานตากข้าวจันทร์กระจ่าง หมู่ 6 ตำบลระหาน อำเภอบึงสามัคคี จังหวัดกำแพงเพชร ได้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนจี้นายนายสุวัฒน์ หน่อสุริวงค์ อายุ 21 ปี ที่กำลังจอดรถริมทางยืมโทรศัพท์  โดยแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจขอตรวจค้น  และยึดทรัพย์สินมีกระเป๋าสะพาย จำนวน 1 ใบ ราคา 200 บาท,โทรศัพท์ยี่ห้อโมโคโรล่า จำนวน 1 เครื่อง ราคา 4,500 บาท เงินสด จำนวน 1,300 บาท ก่อนทำทีจะขอตรวจปัสสาวะ แล้วก็หลบหนีหายไป  ประวัตินายศาสตราวุธฯเคยทำงานเป็นสายลับให้กับเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติดจึงรู้ขั้นตอนและวิธีการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประกอบนายศาสตราวุธฯ เคยกระทำความผิดข้อหากรรโชกทรัพย์โดยมีอาวุธฯและแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานฯหน่วงเหนี่ยวกักขังฯเสพยาเสพติด ถูกจำคุกเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 สิ้นสุดการจำคุกเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2562 ที่เรือนจำพิเศษพัทยา จังหวัดชลบุรี